พเนจรที่โดโลไมท์ Dolomiti

posted on 23 Jun 2012 21:00 by praeradise in Italy directory Travel
"ฮาโหลๆ พ่อจ๋า ตอนนี้ลูกสาวอยู่อิตาลี่นะ"
"อิตาลี่หรอ เออๆ ดีนี่ อย่าลืมไปเที่ยวภูเขานะ ที่อิตาลี่มีภูเขาสวยไง"
ลูกสาวแอบงงเล็กน้อย ไม่เคยได้ยินว่ามาอิตาลี่ ต้องมาเที่ยวภูเขา
หรือว่าจะเป็นภูเขาไฟที่เคยระเบิดที่อยู่นาโปลี ไม่มั้ง
 
 
วันหนึ่ง...
พลิกเจอหน้าสีของหนังสือนำเที่ยวอิตาลี่ที่วางอยู่ใกล้ๆ
ภาพบ้านเล็กๆหลายหลังเรียงรายสับหว่าง
อยู่บนเนินเขาสีเขียวๆ ด้านหลังเป็นภูเขาหินขนาดมหึมา
 
เขียนว่า Cortina D'Ampazzo - gateway to Dolomiti
(เมืองคอร์ทีน่า ดิ แอมปาซโซ่ - ประตูสู่โดโลมิติ)
 
คุณเพื่อนเจ้าของหนังสือชะโงกหน้ามาดู
"อยากไปหรอ เขาโดโลไมท์"
"โดโลไมท์ คืออะไรอ่ะ"
เพื่อนทำหน้าลำบากใจ หัวเราะแหะๆ (ทำหน้าแบบไม่รู้จะอธิบายยังไง)
"ก็โดโลไมท์ไง"
เออ อธิบายแบบนี้ ก็เอาเหอะ ว่าแต่สงสัยจะเป็นภูเขานี้แหละที่พ่อพูดถึง
และที่เป็นมิชชั่นที่ลูกสาวต้องไปพิชิตให้สำเร็จ
 
(ปล. โดโลไมท์คือแร่ชนิดหนึ่ง ชาวอิตาเลี่ยนเรียกภูเขาหินแร่โดโลไมท์นี้ว่า โดโลมิติค่ะ)
 
 
หนทางไปเมืองคอร์ทีน่าที่อยู่เชิงเขาโดโลมิตินั้นไปค่อนข้างลำบาก สำหรับคนที่ไม่มีรถ
ต้องนั่นรถไฟจากมิลานไปยังเมืองพาโดว่า (จำได้ไหมเอ่ย เมืองที่อยู่ในเอนทรี่เวนิส วานิชไงคะ)
จากนั้นต่อรถไฟไปยังเมืองปลายทางที่ชื่อว่า คาโดเร่ (Cadore) จากนั้นต่อรถบัสไปอีกประมาณ 1-2ชม
รวมแล้วการเดินทางทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 5-6 ชมเลยทีเดียว
และแน่นอนว่า ด้วยเมืองที่ไม่ดัง (จริงๆมันคงดัง แต่เพื่อนๆไม่รู้จัก)
การเดินทางที่ลำบาก จึงไม่มีใครยอมไปด้วยเลยซักคน
"คุณเพื่อนจะไปทำไม ลำบากออก"
"อานะ ง่ายๆเราไม่ ยากๆเราไป"
 
จัดกระเป๋าสำหรับ สองวันหนึ่งคืน ไม่ลืมไอโฟนคู่กาย แว่นตากันแดด และเสื้อกันหนาว
เมืองคอร์ทีน่าเป็นเมืองสกีรีสอร์ทในหน้าหนาว
แม้จะเป็นช่วงปลายตุลาคม แต่อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว พายุหิมะพัดความหนาวมาจากเทือกเขาแอลป์ในสวิส
ลมน้ำแข็งมันมาแล้วววววว
 
 
แล้วก็ออกจากบ้านเช้ามืดวันเสาร์...........
ลงจากรถบัสด้วยความอ่อนเปลี้ยะตอนบ่ายแก่ๆ
ปลดเป้ออกจากบ่า วางมันลงบนพื้นหญ้าสีเขียว
จากนั้นเอนตัวลงนอน เหยียดขาออกไปข้างหน้าจนสุด
เฮลโหล คนสวยในที่สุดเราก็ได้เจอกัน :)
 
 
 
 
อยากเดินต่อไปจนสุดทาง....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ใจกลางเมืองคอร์ทีน่า มีร้านขายของและโบสถ์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วิวข้างทางจากรถบัสค่ะ
 
 
 
 
ถ้าท่านใดได้ไปเที่ยว อย่าลืมสำรวจเมืองเล็กๆหลายเมืองแถวๆเขาโดโลมิตินี้นะคะ
ตอนนั่งรถบัสผ่านเมืองเล็กๆริมทะเลสาปหลายเมืองทีเดียว สวยมากด้วย ดูวิวเพลินๆลืมถ่ายรูป ฮาาา
ไว้ทริปหน้าไม่พลาด (ถ้ามีโอกาสได้ไปอีกนะ)
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ และดาวนะจ๊ะWink
 
แคว้นทัสคานี่ เป็นเขตหนึ่งในอิตาลี่ มีชื่อเสียงด้านวิวทิวท้ศน์ของพื้นที่ราบใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น
เป็นบ้านเกิดของศิลปินอันมีชื่อเสียง กาลิเลโอ และ ดาวินชี่ เมืองหลวงของแคว้นอยู่ที่ เมืองฟลอเรนซ์
(ชาวอิตาเลี่ยนเรียกว่า เมืองฟิเรนเซ่)
 
ฟลอเรนซ์
เมืองเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยโบสถ์ พิพิธภัณท์ บ้านเกิดคนดัง รูปปั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปีซ่า
เมืองขนาดเล็กมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลพร้อมใจกันเกินตรงไปยังที่เดียวกัน นั่นคือหอเอน
 
 
 
โดมสำหรับทำพิธีศีลล้างบาป เพิ่งเคยเห็นว่ามีที่ประกอบพิธีพิเศษด้วย ไม่ได้ทำในโบสถ์ปกติ Foot in mouth
 
 
บรรยากาศข้างในโดม ตรงกลางเป็นแท่นใส่น้ำสำหรับพิธีล้างบาปCool
 
 
 
 
โบสถ์ใหญ่ข้างๆกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ท่าโพสสุดฮิตของนักท่องเที่ยว 
ท่าเอามือยันหอเอนFoot in mouth
 
 
 
อาหารท้องถิ่น
อีกมื้อที่อิ่มท้องกับ ข้าวรีซ๊อตโต้เห็ด สปาร์เกตตี้ซอสมาเขือเทศโฮมเมดโรมชีส ทีโบนสเต็ก และไวน์เคียนติ
มาที่ฟลอเรนซ์อย่าลืมทานเนื้อสัตว์ย่าง กับไวน์เคียนติท้องถิ่นนะWink
 
ทริปนี้ จขบ. มื้อสั่นทุกครั้งที่ถ่ายรูปอาหาร (สงสัยหิว)
 
 
 
 
 
 
 
ร้านอาหารในอิตาลี่เป็นที่เดียวที่มีชื่อแบ่งตามราคา เกรดของอาหาร การตกแต่งร้าน การบริการ และไวน์ที่เสริฟ
มีหลักๆอยู่ 6 แบบ เจ้าของร้านส่วนใหญ่จะแปะป้ายหน้าร้านเลยว่าร้านตัวเองเป็นเกรดไหน
 
1. Ristorante (รี-สโต-รัน-เต้) เป็นร้านอาหารที่เลิศที่สุด อาหารชั้นหนึ่ง บริการดีที่สุด
และมีไวน์ลิสต์ในเลือกหลากหลาย และราคาก็แพงที่สุดCool
 
 
 
 
 
 
2. Trattoria (ทรา-โท-เรีย) ร้านอาหารที่ราคารองลงมา ราคาไม่แพงเวอร์ อาหารคุณภาพดี บริการดี
(ไม่ถึงแนวโรงแรมห้าดาว แต่ก็ยังดูเป็นมืออาชีฟ แต่แฝงไปด้วยความเป็นกันเอง) หน้าร้านจะตกแต่ง
ด้วยการเอาวัตถุดิบมาวางเรียงราย เรียกลูกค้า Wink ร้านที่เราไปทานที่ฟลอเรนซ์ก็เป็น ทราโทเรีย ค่ะ
 
 
 
3. Osteria (โอ-สเต-เรีย) เป็นร้านอาหารที่ราคาแพงน้อยที่สุด มีการโชว์วัตถุดิบเด่นๆในแต่ละวันหน้าร้าน
มีไวน์เสริฟ แต่มีให้เลือกน้อย เมนูอาหารค่อนข้างจำกัด ตกแต่งมาแบบง่ายๆ แต่รสชาติอร่อยไม่แพ้ใคร Cool
 
 
 
สปาเกตตี้คาร์โบนาร่าที่ดูโฮมเมดมากกก เสริฟมาอุ่นๆ เส้นเหนียวนุ่ม อร่อยยยยสุดๆUndecided
 
ไม่มีซี่โครงแกะเหมือนร้านหรูๆ เมนูแกะย่างที่มีนั้นมาพร้อมสลัดกองเล็กๆ แต่อร่อยมากอีกเช่นกัน
 
 
4. Pizzeria (พิต-เซ-เรีย) ร้านอาหารที่เน้นขายพิซซ่า ตกแต่งง่ายๆ มีไวน์
และของหวานทีรามิตสุ หรือชีสเค็กในเมนู
 
 
 
 
5. Paninoteca (พา-นิ-โน-เท-ก้า) ร้านขายแซนวิช บางร้านมีเครปด้วย

 
 
6. Caffè (คา-เฟ่) ร้านขายน้ำชา กาแฟ แอลกอฮอล มีขนมกุ๊บกิ๊บ บางทีมีชุดอาหารเช้าด้วย
เหมาะสำหรับนั่งพักเหนื่อย ชิลๆชมวิวดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาCool
 
 

ร้านอื่นๆนอกจากนี้ก็ร้านเจลาโต้ ขายไอศรีมปาดๆแบบอิตาเลี่ยน
 
 
 
พักไร่ไวน์
ไร่ไวน์หลายที่ในแคว้นทัสคานี่เปิดตัวเป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสชีวิตใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น
กันแบบเต็มๆ นักท่องเที่ยวสามารถหาที่พักได้เลยจากเว็บ หรือเค้าไปโพสวันเวลา จำนวนคน แล้วรอเจ้าของ
ไร่มาตอบก็ได้ :)
 
 
PRADA Outlet
ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองฟลอเรนซ์ เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าไฮเอ็น แบรนด์พราด้า และ มิว มิว
สามารถนั่งรถไฟไปได้ ลงสถานีที่ชื่อว่า มอนติวาชี่ และต่อรถแท็กซี่ไปอีกประมาณ 10 นาที
ควรไปตอนเช้าเพราะของบางอย่างมีชิ้นเดียว หรือมีจำนวนจำกัด ไปสายอาจจะหมด
ทำ VAT Refund ได้ด้วย ของราคาถูกกว่าร้านอย่างต่ำ 30%
 
 
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอนทรี่นี้ขอจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่เข้ามาชม และทุกๆเม้นนะคะWink